/ Technology

E – Wedding card เทรนด์ฮิตในสังคมไทย?

ในสมัยปัจจุบันเป็นยุคของ Social Network ที่มีวิธีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ทำให้เข้าถึงทุกกลุ่มในสังคมได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือวิธีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ผ่านทางโลกของ อินเตอร์เน็ต จึงไม่แปลกหากบอกว่าปัจจุบันผู้คนในสังคมสามารถรับรู้ข้อมูลและติดต่อสื่อสารกันได้ตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน ได้หลากหลายหน้าจอ ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรทัศน์ เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจในยุคนี้จึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและใช้ช่องทาง Social Network ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานก็เช่นกัน ทั้งธุรกิจถ่ายรูป prewedding ธุรกิจชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ธุรกิจทำการ์ดเชิญ ของชำร่วย ธุรกิจจัดหาสถานที่แต่งงาน ธุรกิจเหล่านี้ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคนี้ที่จะต้องหาทางเอาตัวรอดและใช้ Social Network ให้เกิดประโยชน์ ในวันนี้เพื่อให้เข้ากับเทศกาลปลายฝนต้นหนาว ผู้เขียนจะขอพูดถึง E – Wedding card ซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมากว่าเหมาะสมกับสังคมไทยหรือไม่

E – Wedding card คืออะไร

E – Wedding card คือรูปแบบการ์ดแต่งงานอย่างหนึ่งที่เป็นลักษณะของการส่งข้อมูลจากคู่บ่าวสาวไปยังแขกของคู่บ่าวสาวผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวคู่บ่าวสาว รายละเอียดการจัดงาน แทนที่จะพิมพ์รายละเอียดต่างๆลงบนการ์ดกระดาษ และบางครั้งเจ้าของธุรกิจก็ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมให้ E – Wedding card สามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์เฉพาะที่ทำขึ้นเพื่อให้คู่บ่าวสาวใช้แสดงรายละเอียดของคู่บ่าวสาวได้มากขึ้น โดยในเว็บไซต์อาจประกอบด้วยรายละเอียดในรูปแบบของข้อความ อัลบั้มรูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ และสามารถเป็นที่สื่อสารกันระหว่างคู่บ่าวสาวและแขกได้ด้วย เช่น ตอบรับคำเชิญออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการเขียนคำอวยพรออนไลน์ให้คู่บ่าวสาว

E – Wedding card ดีอย่างไร

เนื่องจาก E – Wedding card สามารถส่งข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต และยังสามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ที่ทำขึ้นเพื่อคู่บ่าวสาวโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงมีข้อดีคือ

ข้อมูลรายละเอียดที่คู่บ่าวสาวประสงค์จะให้แขกรับรู้ สามารถมีได้หลากหลายรูปแบบ และจะมีมากขนาดไหนก็ได้โดยไม่ถูกจำกัดเนื้อที่ซึ่งต่างจากการ์ดกระดาษ เช่น อัลบั้มรูป คลิปวิดีโอสั้นๆ รายละเอียดการจัดงาน แผนที่จัดงาน (Google Map)
ข้อมูลถึงมือผู้รับได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะกี่ร้อย กี่พันคน โดยส่งผ่านทาง E-mail Facebook Line หรือทางสื่อ Social Media ต่างๆ
คู่บ่าวสาวสามารถสื่อสารกับแขกได้ทันทีและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการส่งบัตรเชิญแบบออนไลน์ เช่น รับทราบว่าแขกของคู่บ่าวสาวเปิดอ่าน E – Wedding card ของคุณแล้วหรือยัง รับทราบการตอบรับคำเชิญออนไลน์ รับทราบข้อความอวยพรออนไลน์
เมื่อมีการตอบรับคำเชิญออนไลน์ คู่บ่าวสาวสามารถเช็คยอดจำนวนแขกผู้ร่วมงานของคุณได้ทันที ซึ่งต่างจากการใช้การ์ดกระดาษที่คุณไม่สามารถรู้จำนวนแขกที่แน่นอนได้เลยจนกว่าจะเริ่มงาน!!
คู่บ่าวสาวสามารถเลือกที่จะเก็บ E – Wedding card หรือเก็บเว็บไซต์ที่ทำขึ้นโดยเฉพาะให้คู่บ่าวสาว ที่มีทั้งอัลบั้มรูป คลิปวิดีโอ ข้อความอวยพรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเวลานานเท่าไรก็ได้ และคุณยังสามารถส่งต่อความประทับใจนี้ให้กับคนอื่นๆ ต่อได้แม้จะเป็นช่วงเวลาหลังการจัดงานแต่งงานก็ตาม!!! ในขณะที่การ์ดกระดาษมีเพียงรูป 1-2 รูป พร้อมข้อความบอกชื่อคู่บ่าวสาว และรายละเอียดการจัดงานเท่านั้น ซึ่งแน่นอน หากพ้นการจัดงานแต่งงานแล้ว คุณคงไม่ส่งไปให้คนอื่นอีก

people-2582816_640

E – Wedding card ใช้กับสังคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ ได้แค่ไหน

มีคนในสังคมไทยจำนวนไม่น้อยที่มองว่า การใช้ E – Wedding card ไม่เหมาะกับสังคมไทยในหลายๆ เรื่อง

การส่ง E – Wedding card เป็นการไม่ให้เกียรติกับแขก โดยเฉพาะถ้าแขกนั้นเป็นผู้ใหญ่
สำหรับเรื่องนี้โดยส่วนตัวผู้เขียนเองเห็นว่า E – Wedding card เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่ช่วยประหยัดเวลา และมีความทันสมัย สร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร และเป็นการแสดงตัวตนของคู่บ่าวสาวได้ชัดเจน ดังนั้นจึงมองว่า E – Wedding card เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ในการนำมาช่วยลดความความวุ่นวายในการเตรียมงานแต่งได้ส่วนหนึ่งเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีชนิดนี้ แต่ควรกังวลถึงการใช้ E – Wedding card มากกว่า เพราะหากมองในมุมมองของสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมการเคารพและให้เกียรติผู้ใหญ่ ทำให้คนในสังคมไทยนิยมนำการ์ดเชิญกระดาษไปมอบให้ผู้ใหญ่ด้วยตัวเอง “ดังนั้นถ้าถามว่า E – Wedding card ใช้กับสังคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ ได้แค่ไหน ตอบเลยว่านำมาใช้ได้ แต่ให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการนำมาใช้ “ เช่น คุณอาจเลือกใช้วิธีส่ง E – Wedding card ให้กับแขกที่เป็นเพื่อนๆหรือผู้ที่อยู่ในวัยเดียวกันกับคุณ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าคู่บ่าวสาวส่วนใหญ่มีแขกเป็นเพื่อน หรือผู้ที่อยู่ในวัยเดียวกันเกิน 50 % ของแขกทั้งหมดที่มาร่วมงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับเพื่อนๆ ที่ได้รับ ส่วนถ้าเป็นแขกผู้ใหญ่ คุณก็อาจเลือกทำการ์ดสวยๆ สีสุภาพ แล้วนำไปมอบด้วยตัวเองเพื่อเป็นการให้เกียรติท่าน

การส่ง E – Wedding card ทำให้คู่บ่าวสาวไม่ได้รับซองหน้างาน

เรารู้ๆ กันอยู่แล้วว่าวัฒนธรรมของสังคมไทยบ้านเราต่างจากของต่างประเทศ เมื่อคุณได้รับซองที่ใส่การ์ดเชิญไปงานแต่งงาน คุณพึงรู้ได้เลยว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องทุบกระปุกหมูออมสิน เพื่อนำเงินเก็บของคุณมาใส่ในซองที่คุณได้รับมานั่นแร่ะ แล้วนำไปยื่นหน้างาน ดังนั้นบางคนจึงมองว่าการใช้ E – Wedding card ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องนี้ ? โดยส่วนตัวผู้เขียนเองเห็นว่าในมุมมองของคู่บ่าวสาว เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการลดปัญหาความวุ่นวายในการเตรียมงาน และแม้มองว่าการใส่ซองเป็นวัฒนธรรมไทยที่ยังคงมี แต่หากมองในแง่ของแขกผู้ร่วมงานแล้ว จากประสบการณ์และการสอบถามคนรอบข้างแล้ว กว่า 90% ยินดีเสมอที่จะไปร่วมงานและหาซองเอง!!! หรือแม้แต่บอกว่าให้ไปหาซองหน้างาน!!!

การส่ง E – Wedding card เป็นการเสียค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป

นี่อาจจะเป็นเรื่องหนึ่งที่สามารถบอกได้เลยว่าการใช้การ์ดเชิญกระดาษย่อมถูกกว่าการใช้ E – Wedding card แน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาที่ถูกลงย่อมมาพร้อมกับข้อจำกัดในเรื่องรูปแบบของการ์ด คุณภาพของกระดาษที่ใช้พรินท์ และปริมาณการสั่งผลิต ในขณะที่ E – Wedding card ค่อนข้างจะมีราคาที่สูง เพราะด้วยรูปแบบที่สามารถส่งถึงผู้รับได้อย่างรวดเร็วและไม่จำกัดจำนวน พร้อมทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์เฉพาะที่จัดทำขึ้นเพื่อให้คู่บ่าวสาวนั้นๆ ได้แสดงข้อมูลหรือรายละเอียดของคู่บ่าวสาวเพิ่มเติมได้อย่างหลากหลาย และยังสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับตัวคู่บ่าวสาวได้นานเท่าไรก็ได้

สุดท้ายแล้ว E – Wedding card จะอยู่รอดในสังคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ ได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่า
คุณเลือกที่จะมองในมุมมองไหน และแบบไหนมันคือสิ่งที่ “ใช่ และเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ” เพราะงานแต่งที่ดีที่สุดมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!!!

E – Wedding card เทรนด์ฮิตในสังคมไทย?
Share this

Subscribe to ideaConnex