ลักทรัพย์ ผิดวินัยข้าราชการหรือไม่

วันนี้ขออินเทรนตามกระแสสักหน่อย แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับไอทีหรือเทคโนโลยี แต่จากกระแสสังคมที่กำลังฮอตอยู่ในขณะนี้ ทำให้ผู้เขียนอดใจไม่ได้ที่จะขอกล่าวถึง

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาข่าวที่ดังจนเป็นที่ฮือฮาคือข่าวที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถูกจับในประเทศญี่ปุ่น ข้อหาขโมยรูปจากในโรงแรม!!! ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปพร้อมกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย และยิ่งกลายเป็นประเด๋นหนักข้อขึ้นเมื่อผลสุดท้ายแล้ว ด้วยกฎหมายของญี่ปุ่น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนนี้ถูกปล่อยตัวกลับมาประเทศไทย!!

เรื่องราวยิ่งดราม่า เมื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ออกมายอมรับและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.....แล้วอย่างไรต่อไป...จากการออกมายอมรับยิ่งสร้างประเด็นเป็นที่พูดถึงมากมาย บ้างก็ว่าท่านควรแสดงสปริตลาออกจากราชการให้รู้แล้วรู้รอด บ้างก็ว่าท่านอาจมีปัญหาทางอารมณ์เลยกระทำไปแบบไม่รู้ตัว (มั้ง) แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องหันกลับมาและเป็นที่น่าจับตามองคือ แม้ในประเทศญี่ปุ่นจะไม่มีการสั่งฟ้อง ไม่มีการเอาผิดกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นายนี้ แล้วในประเทศไทยล่ะ โดยเฉพาะ "ราชการ" ท่านจะมีความผิดหรือไม่ เพียงไร แรงหรือไม่แรง

กระแสในโซเชียลตอนนี้มีมากมาย นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้อ่านหลายท่านไม่เข้าใจ และสรุปผลไปต่างๆ นานา ซึ่งอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดและกลายเป็นกระแสดราม่าเข้าไปอีก ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจึงขอนำข้อมูลในเชิงวิชาการมาอธิบายให้พอเข้าใจคร่าวๆ อย่างน้อยก่อนที่เราจะตัดสินว่าใครคนใดคนหนึ่งทำผิด ก็ควรที่จะรับฟังข้อมูลทุกแง่ทุกทุมก่อน

อย่างไรก็ตามเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ผู้เขียนขอสรุป ดังนี้

  1. เรื่องนี้เป็นกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญกระทำผิดวินัย ดังนั้นกระบวนการขั้นตอนการดำเนินการทางวินัย การสอบสวน การพิจารณาความผิด หรือการพิจารณาระดับโทษ จึงต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556

  2. ในการดำเนินการทางวินัยจะมีขั้นตอนที่ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย ตั้งแต่ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง สอบสวน พิจารณาความผิด พิจารณาโทษ โดยในแต่ละขั้นตอนก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยออกไปอีก

  3. กรณีลักทรัพย์ ถือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นความผิดวินัยแล้ว โดยที่ผ่านมาจะถือเป็นความผิดฐานไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือที่แต่เดิมเราเรียกว่าความผิดฐานประพฤติชั่ว ซึ่งความผิดฐานนี้จะเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่ จะต้องพิจารณาจากรายละเอียดข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป เช่น ตำแหน่งของผู้กระทำผิด การรังเกียจของสังคม สาเหตุของการกระทำนั้น หรือความเสียหายที่ทางราชการได้รับ เป็นต้น ซึ่งความเสียหายนี้มีทั้งที่สามารถคิดเป็นตัวเงินได้ และที่ไม่สามารถคิดเป็นตัวเงินได้ เช่น ความเสียหายต่อชื่อเสียงของหน่วยงาน

  4. ไม่ต้องกังวลไปว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นี้จะชิงลาออกหรือเกษียณอายุราชการไปแล้วจะเอาผิดไม่ได้ เพราะในกฎหมายระบุเลยว่าหากมีการกล่าวหาว่าข้าราชการผู้นั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงก่อนที่เขาจะออกจากราชการไม่ว่าเพราะสาเหตุใด และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้าราชการนั้นภายใน 180 วัน นับแต่ที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ แค่นี้ก็สามารถเอาผิดเขาตามกฎหมายได้แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ลืมว่าต้องเป็นการกล่าวหาว่าเขาทำผิดร้ายแรงนะ ซึ่งสุดท้ายผลที่ออกมาอาจมองว่าเขาไม่ผิด ผิดไม่ร้ายแรง หรือผิดร้ายแรงก็ได้

  5. โทษสำหรับความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ส่วนโทษสำหรับความผิดวินัยอย่างร้ายแรง คือ ปลดออกจากราชการ (ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามสิทธิ) และไล่ออกจากราชการ (ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ)

สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนแค่อยากให้ผู้อ่านทุกท่านใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารในยุคที่กระแสสังคมมาเป็นอันดับหนึ่ง สร้างข่าว เต้าข่าว ดราม่า เป็นอันดับสอง เพราะไม่เช่นนั้นเราจะหลงกลไปกับข่าวที่เราก็ไม่รู้สักนิดว่า "มั่ว" หรือ "จริง"

ลักทรัพย์ ผิดวินัยข้าราชการหรือไม่
Share this

Subscribe to ideaConnex